09 กุมภาพันธ์, 2553

นายกฯเล็งลดการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็วขึ้น

จัดทำโดยนายทรรศนะ ก้อนแก้ว 5001208001

นายกฯเล็งลดการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็วขึ้น หากสถานการณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บอกขอรอดูอีกซักระยะ ระบุมีการหารือกับผู้กำหนดนโยบายแล้ว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะติดตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจต่าง ๆ อีกระยะหนึ่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วขึ้นจากที่เคยคาดไว้ หากข้อมูลต่างๆ บ่งชี้ว่าสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้นมากแล้ว

"เราจะแสวงหาจังหวะเหมาะสมในการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่อย่างไร จะขอรอดูตัวชี้วัดซักระยะหนึ่ง มีความเป็นไปได้จะมีการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้ exit plan เร็วขึ้น ซึ่งได้พุดคุยกันบ้างแล้วกับผู้กำหนดนโยบาย"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ภาครัฐที่เกินเป้าหมาย 2 แสนล้านบาท จะนำไปสู่การปรับแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลคงจะไม่ดำเนินการเร็วจนเกินไป เพราะจะต้องมีการประคับประคองเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วย

ส่วนภาวะเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ การที่สหรัฐอเมริกาประกาศงบประมาณประจำปี 2554 ในระดับ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเน้นการสร้างงานเป็นหลัก และการที่จีนออกมาตรการเข้มงวด เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความไม่สมดุลของภาวะเศรษฐกิจโลก

การที่สหรัฐกำหนดการขาดดุลงบประมาณสูงเป็นประวัติการณ์ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐมองถึงความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการว่างงาน ซึ่งแต่ละประเทศก็ต้องตอบสนองการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของตัวเอง ส่วนจะทำอย่างไรให้การแก้ไขปัญหาของประเทศต่าง ๆ เกิดความสมดุลกันนั้นก็มีเวที G20 ให้ประสานได้อยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงค่าเงินบาทว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า แต่เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายหหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนกาสรไหลออกของเงิน ก็คงจะทำให้เงินบาทไม่แข็งค่าจนเกินไป

ที่มา. http://www.thaihomeonline.com/investment-news.php?id=001713 วันอังคารที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

คำถาม
๑.สาเหตุใดที่จะมีการใช้ exit plan ให้เร็วขึ้น

๒.นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ภาครัฐที่เกินเป้าหมายที่กี่แสนล้านบาท ที่จะนำไปสู่การปรับแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจ

๓.ประเทศใดที่ประกาศงบประมาณประจำปี 2554 ในระดับ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเน้นการสร้างงานเป็นหลัก และการที่จีนออกมาตรการเข้มงวด เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความไม่สมดุลของภาวะเศรษฐกิจโลก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น