16 ธันวาคม, 2552

กรุงไทยขนโปรโมชั่นร่วมงานมหกรรมลดภาษี

จัดทำโดย นส.เบญจรี คงเกษม 5001208058

บลจ.กรุงไทยขนโปรโมชั่นกองทุน ร่วมลดกระหน่ำ ในงานมหกรรมลดภาษีนาทีสุดท้าย ระหว่าง 17-20 ธ.ค.นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นาย สมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมออกบูธในงานมหกรรมลดภาษีนาทีสุดท้าย ด้วยกองทุน RMF-LTF ระหว่างวันที่ 17-20 ธันวาคม 2552 ณ. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 บริษัทเตรียมระดมเงิน พร้อมขนโปรโมชั่นมากมาย นำมาร่วมในการออกบูธครั้งนี้ นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังสามารถชำระค่าซื้อหน่วยลงทุนด้วยบัตรเครดิตKTC ได้อีกด้วย

การซื้อหน่วยลงทุนกองทุน RMF-LTF ในงานนี้ นอกจากจะได้รับหน่วยลงทุนกองทุนเปิดกรุงไทยเซฟวิ่งฟันด์ ( KTSV ) มูลค่าสูงสุดถึง 6,300 บาทแล้ว ยังจะได้รับโปรโมชั่นพิเศษอีก เช่น ลงทุน 20,000 บาท ขึ้นไป รับเสื้อโปโล ลงทุน 100,000 บาท ขึ้นไปรับ บัตรของขวัญเทสโก้โลตัส มูลค่า 1,000 บาท ลงทุน 300,000 บาท ขึ้นไป รับ เครื่องเล่นดีวีดี โซนี่ มูลค่า 2,000 บาท ลงทุน 500,000 บาท ขึ้นไป รับโทรศัพท์มือถือ Sony Ericsson W205 2GB มูลค่า 3,990 บาท ลงทุน 700,000 บาท ขึ้นไป รับเครื่องเล่นDVD แบบพกพา Phillip มูลค่า 4,990 บาท และลงทุน 900,000 บาท ขึ้นไป รับโทรศัพท์มือถือ Samsung S 3653 Candy มูลค่า 5,990 บาท โดยรวมรับของสมนาคุณมูลค่าสูงสุดกว่า 12,000 บาท พร้อมแถมประกันอุบัติกลุ่มให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุน RMF1-3 ที่ลงทุนภายในปี 2552 นี้เท่านั้น โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 4,000,000 บาท

สำหรับผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2552 กองทุนเปิดกรุงไทยผสมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF1) ย้อนหลัง 6 เดือน อยู่ที่ 11.12% ย้อนหลัง 9 เดือน อยู่ที่ 68.05% ย้อนหลัง1 ปีอยู่ที่ 68.99% และกองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นระยะยาว 70/30 ผลตอบแทนย้อนหลัง 6เดือน อยู่ที่ 12.28% ย้อนหลัง 9 เดือนอยู่ที่ 63.36% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 64.08%

นายสมชัย กล่าวถึง แนวโน้มภาวะการลงทุนในหุ้น ในปี 2553 ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะลดความผันผวนลงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปี 2552 โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะแกว่งตัวในกรอบแคบ ๆ เนื่องจากตลาดมีการปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากในปี 2552 ซึ่งการที่ตลาดจะสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่องในปี 2553 นั้น นักลงทุนจะให้ความสำคัญกับตัวเลขผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ว่าจะสามารถรองรับการปรับตัวขึ้นของราคาที่มีในช่วงก่อนหน้าหรือไม่

ในขณะที่การฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภายหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเริ่มทยอยหมดลง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งระดับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายทางการเงินของ ธนาคารกลาง สภาพคล่องของระบบการเงิน อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ยและราคาของสินทรัพย์ ในปี 2553 ทั้งนี้ บริษัท คาดดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปี 2553 จะแกว่งตัวในกรอบ 677-800 จุด

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ท อินเวส 3 เดือน 3 (KTSIV3M3 ) อายุ โครงการ 3 เดือน และกองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ท อินเวส 6 เดือน 3 (KTSIV6M3 ) เปิดจำหน่ายถึงวันที่ 18 ธันวาคม นี้ เป็นกองทุนที่เน้น ลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน เงินฝาก และตราสารหนี้สถาบันการเงิน โดยกองทุน KTSIV3M3 ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณการที่ 1% ต่อปี และกองทุน KTSIV6M3 จะได้รับผลตอบแทนประมาณการที่ 1.60% ต่อปี

ที่มาข่าว - http://www.thaihomeonline.com วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๒

คำถาม

๑.ในงานนี้ นอกจากจะได้รับหน่วยลงทุนกองทุนเปิดกรุงไทยเซฟวิ่งฟันด์ ( KTSV ) มูลค่าสูงสุดถึง 6,300 บาทแล้ว ยังจะได้รับโปรโมชั่นพิเศษอะไรอีกบ้าง

๒.นายสมชัย กล่าวถึง แนวโน้มภาวะการลงทุนในหุ้น ในปี 2553 อย่างไร


๓.บริษัท คาดดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปี 2553 จะแกว่งตัวในกรอบกี่จุด

09 ธันวาคม, 2552

ออมสินสภาพคล่องล้นตุ่ม ให้กู้บ้านดอกคงที่3ปี3.45%

จัดทำโดย นายทรรศนะ ก้อนแก้ว 5001208001

ออมสินขย่มตลาดสินเชื่อบ้านให้ดอกเบี้ยคงที่ต่ำสุด แต่เฉพาะซื้อบ้านใหม่เท่านั้น


นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้ธนาคารจะประกาศอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อการเคหะชนิดใหม่ โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก ในอัตรา 3.45% ต่อปี หลังจากนั้นจะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินกู้ที่มีระยะเวลา (เอ็มแอลอาร์) ลบ 0.5% ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ของธนาคารปัจจุบันอยู่ที่ 5.85% ถือว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่ต่ำที่สุดในตลาด

“ต้องเป็นการซื้อบ้านหลังแรกเท่านั้น ไม่สามารถนำบ้านเก่ามา ขอกู้ใหม่ได้ หรือรีไฟแนนซ์ได้” นายเลอศักดิ์ กล่าว

ที่ผ่านมาสภาพคล่องของธนาคารมีสูงกว่า 1 แสนล้านบาท และ มีต้นทุนต่ำ ส่วนหนึ่งมาจากการ ขายสลากออมสินรุ่นพิเศษ 5 ปี ที่ขายเดือนแรกมีประชาชนซื้อถึง 4.7 หมื่นล้านบาท ธนาคารจึงนำสภาพคล่องที่มีมากตอบแทนคืน ให้ลูกค้าของธนาคารผ่านสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ คาดว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่เริ่มจะสูงขึ้นในปีหน้าจะมีคนมาขอกู้ จำนวนมาก

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธนาคารออมสินออกสินเชื่อการเคหะดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี อัตรา 1.25% ต่อปี หลังจากนั้น ปีที่ 2 คิดเอ็มแอลอาร์ลบ 2% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 3 คิดเอ็มแอลอาร์ ลบ 0.5% ต่อปี ซึ่งได้ทั้งผู้ที่กู้ซื้อบ้านหลังแรก และกู้รีไฟแนนซ์ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ยอดสินเชื่อการเคหะของธนาคาร เพิ่มขึ้นเดือนละ 1,000 ล้านบาท หลังจากสินเชื่อบ้านไม่ขยายตัวมาเป็นเวลา 4 ปี โดยปัจจุบันมียอดสินเชื่อบ้าน 1.2 แสนล้านบาท

นายเลอศักดิ์ กล่าวว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะคงที่ไปถึงไตรมาสแรก หรือ 2 ปี ของปี 2553 ถึงจะมีการปรับตัวขึ้น

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า คาดว่าดอกเบี้ย นโยบายจะปรับขึ้นอีก 0.25-0.75% ในกลางปีหน้า แต่มีความเป็นไปได้ ที่ดอกเบี้ยตลาดจะปรับขึ้นก่อนดอกเบี้ยนโยบายเล็กน้อย หากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปตามคาด แต่ขึ้นอยู่กับการแข่งขันด้วย

สำหรับดอกเบี้ยออมทรัพย์จะปรับขึ้นได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถ ในการขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ว่าจะปรับได้มากน้อยเพียงใด แต่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำสามารถปรับขึ้นได้ เพราะเป็นเงินฝาก มีระยะเวลา กว่าที่ต้นทุนจ่ายจะ ปรับขึ้น ดังนั้นดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้คนฝากประจำจะได้ประโยชน์

อย่างไรก็ดี ก่อนเศรษฐกิจจะ ฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง ผู้เกี่ยวข้อง ไม่ต้องการเพิ่มภาระด้านต้นทุนให้ลูกค้าโดยการขึ้นดอกเบี้ย แต่ใน ช่วงดอกเบี้ยต่ำ ต้องแลกกับเงินเฟ้อที่อาจสูงขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณฟองสบู่

“ขณะนี้ดอกเบี้ยในตลาดเงิน ก็ยังนิ่งๆ ถ้ามีการแย่งเงินฝาก เตรียมสภาพคล่องเพื่อปล่อยกู้ คงเห็นดอกเบี้ยในตลาดเงินปรับขึ้น แต่ตอนนี้ยังไม่เห็น” นายประสาร กล่าว

ที่มาของข่าว:
http://www.posttoday.com/finance.php?id=78950 วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๒

คำถาม

๑.อัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ของธนาคารปัจจุบันอยู่ที่กี่เปอร์เซนต์


๒.ที่ผ่านมาสภาพคล่องของธนาคารมีสูงกว่า 1 แสนล้านบาท และ มีต้นทุนต่ำ ส่วนหนึ่งมาจากอะไร


๓.สำหรับดอกเบี้ยออมทรัพย์จะปรับขึ้นได้หรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับสิ่งใด และอย่างไร